การบริการด้านสารสนเทศ


 
 
 

ความเป็นทหารอาชีพ – ไม่ใช่เพียงแค่มีอาชีพเป็นทหาร

           หลายท่านอาจจะเคยได้ยินการกล่าวถึงคำว่า ทหารอาชีพ แต่อาจจะไม่ทราบว่าคำว่าทหารอาชีพนั้นเป็นอย่างไร การปฏิบัติตนของทหารอย่างไรเราถึงจะเรียกว่าทหารคนนั้น เป็นทหารอาชีพ ก่อนที่เราจะเข้าสู่ความหมายของการเป็นทหารอาชีพผมคิดว่าเราน่าจะมาทำความเข้าใจกับความหมายของคำว่าอาชีพก่อนครับ

        คำว่าอาชีพนั้นถ้ากล่าวโดยรวมแล้วก็จะหมายถึง "การกระทำใด ๆ ก็ตามอย่างต่อเนื่องที่ต้องทำให้บรรลุความสำเร็จ เพื่อผลตอบแทนเป็นรางวัล เช่น เงินเดือน สวัสดิการ สำหรับใช้ในการดำรงชีพ" และ ทหารมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการรักษาประเทศ เพื่อดำรงไว้ซึ่งบูรณภาพเหนือดินแดน และอำนาจอธิปไตยของชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อมาพิจารณาถึงอาชีพทหารคือ "การกระทำใด ๆ ก็ตามอย่างต่อเนื่องที่ต้องทำให้ให้บรรลุความสำเร็จ ในการรักษาอธิปไตยของชาติ โดยจะได้รับเงินเดือนเป็นสิ่งตอบแทน"

        นักการทหารหลายท่านอาจจะให้คำจำกัดความของคำว่า อาชีพทหาร กับ ทหารอาชีพ ที่เหมือนกัน แต่ตามแนวความคิดของผมครับ นั้นผมคิดว่าต่างกัน เพราะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในปัจจุบันได้กดดัน และ ผลักดันให้ทหารจำนวนหนึ่งมีกระบวนการ และวิธีคิดที่เปลี่ยนไป คือตัวเองมีอาชีพเป็นทหารแค่แต่งเครื่องแบบ และมียศทางทหาร แต่โดยจิตใจแล้วไม่ได้มีความเป็นทหารเลย

        สำหรับผมนั้นความหมายของคำว่าทหารอาชีพนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าคำว่าอาชีพทหาร เพราะเราต้องมีจิตวิญญาณในการเป็นทหาร ทหารอาชีพในกรอบความคิดของผม จะต้องยึดมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นทหาร มีความเชี่ยวชาญในการรบ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ซื่อสัตย์เสียสละ อดทน และกล้าหาญ

        บุคคลที่จะเรียกได้ว่าเป็นทหารที่เป็นทหาร หรือที่เรียกว่าทหารอาชีพนั้น จะต้องประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับความไว้วางใจจากประชาชน ประพฤติตัวอยู่ในกรอบของระเบียบวินัย ถึงแม้ในปัจจุบันสังคมโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย และรวดเร็ว เราต้องยอมรับว่ามีทหารจำนวนหนึ่งไม่สามารถทดต่อกระแสทางสังคมที่กดดัน และการเปลี่ยนแปลง ทำให้ทหารเหล่านั้น เดินออกนอกเส้นทางของทหารอาชีพไปสู่การเป็นแค่ผู้มีอาชีพทหาร บางคนเข้าไปสู่เส้นทางของการเมือง บางคนเข้าไปสู่เส้นทางของธุรกิจ และที่แย่กว่าพวกอื่นคือเดินไปสู่เส้นทางของการกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ซึ่งการกระทำของทหารที่ไม่ได้เป็นทหารอาชีพย่อมส่งผลโดยตรงและอ้อมต่อสถาบันทหาร

        เมื่อเราหันกลับมามองถึงสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลให้ทหารบางนาย เดินออกจากเส้นทางทหารอาชีพนั้น สามารถแบ่งที่มาของปัญหาได้เป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ
1. ตัวทหารเอง: ทหารที่ขาดการปลูกฝังอุดมการณ์ที่ดีพอ ทำให้ขาดจิตสำนึกในการเป็นทหาร คล้อยตามต่อสิ่งแวดล้อม และในที่สุดก็จะเดินออกนอกเส้นทางทหารอาชีพ
2. สภาพแวดล้อมทางสังคม: สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการถาโถมของกระแสทางสังคมต่าง ๆ ประกอบกับอิทธิพลตามแนวความคิดสังคมอุตสาหกรรมที่เน้นคุณค่าที่ปริมาณ และเงินตรา ทำให้ทหารที่ขาดความอดทด และซื่อสัตย์ เดินทางออกนอกเส้นทางทหารอาชีพ
3. การเข้ามามีบทบาทของนักการเมืองในกองทัพ: เราต้องยอมรับว่าปัจจุบันกองทัพได้ถูกคุกคามจากอิทธิพลของนักการเมือง การพยายามเข้ามามีบทบาทของนักการเมืองในกองทัพส่งผลให้ทหารเกิดความแตกแยก สับสนทางอุดมการณในการเป็นทหาร และในที่สุดก็เดินออกนอกเส้นทางของการเป็นทหารอาชีพ

        การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของผู้นำกองทัพที่จะนำกองทัพพ้นจากวิกฤตการณ์เท่านั้น ทหารทุกนายจะต้องช่วยกัน ผู้นำกองทัพที่เข้มแข็งที่แบ่งขอบเขตที่ชัดเจนระหว่าง คำว่าการเมือง ธุรกิจ และประโยชน์ส่วนตัว กับความเป็นทหาร กระทำการใด ๆ บนความถูกต้อง และเด็ดขาดย่อมจะนำมาซึ่ง ขวัญ และกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชา การเป็นแบบอย่างที่ถูกต้องย่อมจะนำทหารกลับเข้าสู่เส้นทางเดินของทหารอาชีพ ทหารทุกนายเองก็มีหน้าที่จะดำรงไว้ซึ่งจิตสำนึกในการเป็นทหาร ไม่อ่อนแอต่อสิ่งยั่วยุ อดทนอดกลั้น ก็จะนำมาซึ่งความเป็นทหารอาชีพ อันเป็นจุดสูงสุดในการเป็นทหาร
        
        ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมนั้นทำให้ ผู้ที่มีอาชีพเป็นทหารเองประสบปัญหาในการวางตัว การดำรงชีวิตในสังคม การยอมรับจากสังคม และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย จนคำว่า การเป็นทหารอาชีพ นั้นเป็นเรื่องที่เรา ๆ ท่าน ๆ ที่เป็นทหารต้องหันกลับมาพิจารณา กันว่า ทำอย่างไรถึงจะได้รับการยอมรับว่า คนคนนี้เป็นทหารอาชีพ หรือ คนคนนี้เป็นแค่คนที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร แต่ไม่ได้มีจิตวิญญาณในการเป็นทหาร

        โดยความคิดส่วนตัวนั้นผมคิดว่า สังคมปัจจุบันการเป็นทหารอาชีพเป็นเรื่องเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เพราะว่ามีปัจจัยต่าง ๆ หลายประการเข้ามาแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาวะล้อมที่สุขสบาย สภาวะแวดล้อมของโลกหลังจากสงครามเย็น การสิ้นสุดของความขัดแย้งของระบอบปกครองที่แตกต่างกัน สภาพทางเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และ การพัฒนาการอย่างไม่หยุดยั้งของการศึกษา

        ปัจจัยต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวมาล้วนแต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ สมาชิกในสังคม ทุกสาขาอาชีพ ซึ่งอาชีพทหารเองก็หลีกหนีไม่พ้นเรื่องราวเหล่านี้ จนทำให้เกิดมีทหารที่นอกลู่นอกทาง ขาดอุดมการณ์ในการเป็นทหาร ทหารบางจำพวกหลงทางไปเดินบนเส้นทางอิทธิพล ซึ่งเรามักจะได้ยินข่าวคราวเกี่ยวข้องในทางไม่ดีเกี่ยวกับ กาฟากที่อาศัยชายคาของกองทัพ แสวงประโยชน์จากการแต่งกายเป็นทหาร หรือว่าทำงานมีอาชีพเป็นทหาร ซึ่งข่าวคราวเหล่านี้นั้น ล้วนแต่ส่งผลกระทบมายัง ผู้ที่มีอาชีพเป็นทหาร และเป็นทหารอาชีพอยู่เสมอ ๆ
    

    ในยุคก่อน ๆ นั้นการเป็นทหารเป็นอาชีพที่ต้องเสี่ยงภัย เนื่องจากภัยคุกคามทั้งจากภายใน และนอกประเทศ ทหารส่วนใหญ่จึงอยู่ในสนามรบ อยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ สงบลงก็ไม่มีสนามรบให้ทหารไปรบ ประกอบกับสภาพแวดล้อมทางสังคมที่กดดันและแข่งขันสูง นอกจากนี้การไหลบ่าของวัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบกับสังคมโดยตรง ทำให้ทหารหลายคนเกิดความสับสน บนเส้นทางเดินของตน เช่น สภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ทำให้ คนในสังคมในบ้านเราหลงไหลไปกับทรัพย์สมบัติ ใครที่มีฐานะดีจะได้รับการยอมรับจากสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลที่เราไม่ได้เชิดชู และยอมรับคนที่ประกอบคุณงามความดี แต่กลับยกย่องคนมีฐานะ เพราะฉะนั้น ทุกคนจึงต้องดิ้นรนเพื่อให้มีฐานะ ใครที่มีหิริโอตัปปะ ก็จะหาหนทางสุจริตในการสร้างฐานะ ใครที่ขาดหิริโอตัปปะ ก็จะเดินบนเส้นทางที่ไม่สุจริต นี่คือปัญหาที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน
        ในปัจจุบัน ความรู้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่กระทบทบต่อสภาพการดำรงชีวิตในสังคมในบ้านเรา เราต้องยอมรับว่าปัจจุบัน สมาชิกในสังคม นั้นมีการแข่งขันกันสูง การศึกษา จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนต่างพยายามที่จะศึกษาให้สูงที่สุดเพื่อ นำพาตัวเองไปยังจุดหมายปลายทางที่หวังไว้ ซึ่งการมองภาพรวมนั้นหลายท่านอาจจะว่าเป็นการดีที่คนแต่ละคน มีความรู้สูงขึ้นแต่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ เราได้สร้างคนในสังคมของเราให้มีจริยธรรมหรือไม่ เพราะถ้าผู้ที่มีการศึกษาสูงแต่ขาดจริยธรรมแล้ว ก็ไม่ต่างอะไร กับการสร้างโจรให้มีความรู้สูงขึ้น เรื่องราวเหล่านี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสังคม อย่างที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
นอกจากการหลงไหลไปกับทรัพย์สิน เงินทอง และ การขาดคุณธรรม แล้ว เรื่องของกระบวนการการเมืองในบ้าน ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในบ้านเรา เราจะพบว่า นักการเมืองในบ้านเรานั้นจะขาดคุณภาพกันเสียส่วนใหญ่ หลายคนขาดการปลูกฝังอุดมการณ์การทางการเมืองที่ดีพอ คนที่ไม่คุณภาพ เล่นพวกพ้องเส้นสายก็มีโอกาสได้รับเลือเข้าไปเป็นผู้แทนของประชาชน เมื่อเข้าไปแล้ว นักการเมืองที่ไม่มีคุณภาพเหล่านั้นก็เข้าแทรกแซงการทำงานของราชการโดยการใช้ผลประโยชน์เข้าหลอกล่อ และ ทำให้เกิดการวิ่งเต้นเส้นสายกันในหมู่ข้าราชการ และ เป็นบ่อเกิดของการฉ้อราษฎ์บังหลวงที่ตามมาในที่สุด

        ประเด็นต่อมาที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในสังคมนั้นคือ การที่สมาชิกในสังคมนั้นมีความเป็นปัจเจกชนมากขึ้น ต่างคนต่างก็เชื่อ และก็ทำใแต่ในสิ่งที่ตนอยากทำ จนหลาย ๆ ท่านอาจจะลืมคำว่าเสียสละเพื่อส่วนรวมไป ทุกคนมุ่งแต่จะทำในแต่ในสิ่งที่สนองความเป็นปัจเจกนิยม ของตนเอง หรือถ้าจะแปลกันง่าย ๆ ก็คือ สมาชิกในสังคมในบ้านเราจะมีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น และ หันมามองเรื่องของส่วนรวมน้อยลง เรื่องเหล่านี้ ย่อมจะส่งผลให้สังคมความเป็นอยู่ของเราแตกแยกย่อยลงไปทุกที และในที่สุดทุกคนจะรู้แต่คำว่าเสรีภาพ แต่อาจจะไม่รู้จักคำว่าสิทธิ และหน้าที่

         จากสิ่งที่ผมได้กล่าวมาในข้างต้น หลาย ๆ ท่านอาจจะมองภาพของการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ชัดมากขึ้น ทหารเองก็คือสมาชิกคนหนึ่งในสังคม หนึ่ง และย่อมที่จะมีบางส่วน ที่หลงไหล สับสน ขาดสติ ไปเลือกเส้นทางเดินของชีวิตที่ไม่ถูกต้อง และสร้างปัญหา เรื่องนี้ก็คงเป็นเรื่องที่กองทัพเองต้องให้ความสนใจ และหาหนทาง แนวทางที่จะสร้างทหารยุคใหม่ให้สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม สร้างทหารให้มีอุดมการณ์ในการเป็นทหาร มีความรู้ความสามารถ มีประสิทธิภาพ

        การเป็นทหารอาชีพในยุคนี้จะต้องมีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่หลงไหลไปในวัตถุ ทรัพย์สินเงินทอง เสียสละเห็นแก่ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง รู้จักพูดเมื่อควรจะพูด รู้จักเงียบเมื่อควรจะเงียบ การเป็นทหารอาชีพสมัยนี้ การปิดทองหลังพระ เป็นสิ่งที่ไม่ได้ส่งเสริมให้ความเป็นทหารนั้นดูเป็นทหารอาชีพมากขึ้น เพราะว่า ยุคนี้เป็นยุคสารสนเทศ การให้ การรับ ข้อมูลข่าวสาร นั้น เป็นส่วนประกอบหลักของการดำรงสถานะในสังคม เพราะว่าประชาชนก็จะไม่มองว่าทหาร คือกล่องดำกล่องหนึ่งที่ทุกคนมองไม่เห็นว่ามีระบบการทำงานข้างในอย่างไร ทุกวันนี้สมชิกในสังคมต่างต้องการรับทราบว่าอะไรอยู่ในกล่องดำ และสามารถตรวจสอบได้

        นอกจากนี้เรื่องของการยุ่งเกี่ยวทางการเมือง ในสมัยก่อนนั้นเรามักจะบอกว่า การจะเป็นทหารอาชีพนั้นจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งผมเองมองว่าในสังคมปัจจุบัน นั้นทหารจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ได้ ที่ผมเขียนอย่างนี้ไม่ใช่ผมจะให้ทหารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ผมมีแนวความคิดว่า เราควรที่จะให้ทหารนั้นแสดงบทบาทตามครรลองประชาธิปไตย รู้จักรักษาสิทธิ รักษาเสียงของตน ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง การจะกีดกันไม่ให้ทหาร เข้าไปใช้สิทธิใช้เสียงในเรื่องของการเมือง ไม่สนใจเรื่องของการบ้านการเมือง นั้นผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะทหารคือประชาชนคนหนึ่ง การใช้สิทธิใช้เสียงทางการเมือง (ไม่ใช่การปฏิวัติ - รัฐประหาร) ในฐานะพลเมืองของชาติ

        กล่าวโดยสรุปสำหรับ การเป็นทหารอาชีพในทศวรรษนี้ เป็นเรื่องที่ท้าทาย ทหารอาชีพ ไม่ใช่ผู้ที่แต่งกายด้วยเครื่องแบบทหาร ผู้ที่มีเครื่องหมายเต็มหน้าอก การเป็นทหารอาชีพ จะต้องมีความอดทนอดกลั้นเป็นอย่างสูง ต่อสภาวะแวดล้อมที่กดดัน และเปลี่ยนแปลง มีความยึดมั่นในอุดมการณ์ในการเป็นทหาร จงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ ประชาชน มีคุณธรรมจริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถที่สามารถนำไปใช้ไปปฏิบัติได้จริง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เสียสละเพื่อส่วนร่วม รู้จักสิทธิ และหน้าที่ของตน

        ท้ายที่สุดนี้ผม และทหารอาชีพทุก ๆ นาย ยังมีความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นทหาร
       เราสำนึกอยู่เสมอว่าเราจะปฏิบัติตนตามที่เคยถวายสัตยปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่กล้าหาญ และเสียสละ พร้อมที่จะนำชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติ โดยไม่มีข้อกังขา เราจะยังคงทำหน้าที่สืบเนื่องจากบรรพบุรุษ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ อำนาจอธิปไตย และบูรณภาพเหนือดินแดน แล้วคุณล่ะครับ พร้อมที่จะเป็นทหารอาชีพสำหรับทศวรรษนี้กันรึยัง

แหล่งที่มา : http://www.tortaharn.net
 

พัฒนาโดยงานสารสนเทศ ป.พัน.16 <sake_cute@hotmail.com > 087-6765170